Thermage CPT

รักษาริ้วรอย เหี่ยวย่น โดยไม่ต้องผ่าตัด

พูดถึงการทำศัลยกรรม หลายๆคน ยังคงกลัวการทำศัลยกรรม ผ่าตัดดึงหน้า เพื่อรักษา ริ้วรอย และ รอยเหี่ยวย่น ของผิว หรือ แม้แต่การฉีดยา บางคนยังกลัวเลย ใช่มั๊ยค่ะ ลองมาทำความรู้จักกับ Thermage ค่ะ แล้วจะรู้ว่า ริ้วรอย เหี่ยวย่น แก้ไขได้ไม่ยากค่ะ

เทอร์มาร์จ คืออะไร

thermage_cpt2_0เทอร์มาร์จ คือ การนำเทคโนโลยีความถี่ของคลื่นวิทยุ ( Radio Frequency ) ซึ่งได้รับลิขสิทธิ์ภายใต้ชื่อเทอร์มาคูล (Therma Cool TM) โดยบริษัท Thermage ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเครื่องมือที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าทำให้ผิวหนังยกกระชับ เรียบเนียนตลอดจนช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี ขั้นตอนในการทำสามารถทำได้อย่างง่าย สะดวก และรวดเร็วโดยปราศจากร่องรอยหรือบาดแผล สามารถกลับไปดำเนินกิจวัตรประจำวันตามปกติได้ทันที และสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว นอกจากนี้เครื่องเทอร์มาคูล ( Therma Cool ) ยังได้ผ่านการรับรองมาตรฐานจากองค์การอาหารและยา ( FDA ) ของสหรัฐอเมริกา

จุดเด่น

1. รักษาเพียงครั้งเดียว (ขณะที่การรักษาด้วยเลเซอร์ทั่วไปต้องทำซ้ำ 3-4 ครั้ง)

2. ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น แต่ในบางรายอาจยังมีอาการหน้าแดงๆ เล็กน้อยหลังการรักษา

3. ไม่ต้องผ่าตัด จึงไม่มีรอยเย็บเหมือนการผ่าตัดดึงหน้า

เทอร์มาร์จ มีกระบวนการทำงานอย่างไร

เครื่องเทอร์มาคูล เป็นเครื่องมือที่ได้รับการออกแบบเพื่อนำมาใช้ร่วมกับเทอร์มาทิป ( ThermaTip TM ) ซึ่งใช้เป็นตัวควบคุมปริมาณของพลังงานของ RF เทอร์มาทิปจะสร้างความร้อนให้แก่คอลลาเจนที่อยู่ภายใต้ผิวหนังในขณะเดียวกัน จะให้ความเย็นแก่ผิวชั้นนอก การเกิดความร้อนสม่ำเสมอเช่นนี้ จะทำให้โครงสร้างอยู่ภายใต้ผิวหนังมีการกระชับตัวที่ดีขึ้นในทันที ซึ่งภายในระยะเวลาต่อมาคอลลาเจนจะถูกสร้างเพิ่มขึ้น เพื่อในการกระชับผิวเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง และผลลัพธ์ที่ได้คือการมีสภาพผิวที่แข็งแรง กระชับ นุ่มนวล และดูอ่อนกว่าวัย เสมือนเป็นการกระตุ้นให้สุขภาพผิวที่ดีจากภายในสู่ภายนอก

ในการรักษาเทอร์มาร์จ จะใช้ความร้อนจากคลื่นความถี่วิทยุทำให้ คอลลาเจนหดตัวซึ่งและเซลล์ใต้ผิวจะเกิดการซ่อมแซมทำให้มีการสร้างเซล์ผิว หนังขึ้นใหม่ ทำให้ผิวกระชับขึ้น สุขภาพผิวดีขึ้น ดูอ่อนเยาว์ขึ้น

ผลจากการทำเทอร์มาจ

Thermage ลำแสงลงไปที่ผิวหนังทุกชั้น
Thermage ลำแสงลงไปที่ผิวหนังทุกชั้น

ผลจากการทำเทอร์มาจ

 

กลุ่มที่เหมาะสมในการรักษา ผู้ที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า รอยตีนกา หรือผิวหนังหย่อนคล้อย

ข้อควรระวังในการทำเทอร์มาร์จ

  • การรักษาด้วยเทอร์มาร์จจะไม่ทำในผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ หรือติดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมระบบการเต้นของหัวใจ เช่น Pacemaker
  • หลีกเลี่ยงการรักษาในหญิงตั้งครรภ์ หญิงระยะให้นมบุตร
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  • งูสวัด

การเตรียมตัวทำเทอร์มาร์จ

• โกนหนวด และเคราก่อนการรักษา

• ทำความสะอาด เช็ดเครื่องสำอาง บริเวณที่จะทำการรักษาทุกครั้ง

• ถอดเครื่องประดับที่เป็นโลหะ เช่น สร้อย แหวน ออกให้หมด และไม่ควรสวมชุดชั้นในแบบเต็มตัว

ผลที่ได้รับหลังการรักษาเป็นอย่างไร

คุณจะรู้สึกได้ทันทีว่าผิวจะดูกระชับและเรียบขึ้น ตลอดจนดูอ่อนกว่าวัยอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเมื่อเวลาผ่านไปผลก็จะเห็นได้ชัดเจนเพิ่มเติมขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อย ไปและต่อเนื่อง

ผลของการรักษา จะอยู่ได้นานแค่ไหน

หลังการรักษาด้วยเทอร์มาร์จ จะส่งผลทันทีต่อการกระชับตัวของโครงสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังและยังคงเพิ่ม เติมอย่างต่อเนื่อง จากผลการรายงานและประสบการณ์ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพบว่า

ผลของการรักษาสามารถอยู่ได้นานถึง 12- 24 เดือน โดยทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะและวัยของแต่ละบุคคล

รักษาด้วยเครื่องเทอร์มาร์จมีความปลอดภัยแค่ไหน

มีความปลอดภัยสูงมาก ในการปัจจุบันมีผู้รับการรักษามากกว่า 70,000 คน จากทั่วโลก มีรายงานเกี่ยวกับผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นในอัตราที่ต่ำมาก คือน้อยกว่า 1% ซึ่งส่วนใหญ่ที่พบจะมีลักษณะของอาการบวม เป็นผื่น หรือเป็นตุ่มพองเกิดขึ้นรอบๆบริเวณที่เกิดการรักษาแต่อาการเหล่านี้จะหายไป ในระยะเวลาเพียง 2-3 วัน ถึงประมาณ 1 สัปดาห์ โดยโอกาสน้อยกว่า 0.2% พบว่ามีอาการดังกล่าวข้างต้นเกิดขึ้นนานกว่าโดยท่านสามารถขอรับคำปรึกษากับ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญถึงปัญหาข้อสงสัยต่างๆได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความปลอดภัยจากการรักษาด้วยเทอร์มาร์จ

ภายหลังการรักษาต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง

โดยส่วนใหญ่สามารถกลับไปดำเนินกิจกรรมต่างๆตามปกติได้ทันที

โดยส่วนน้อยอาจมีอาการเป็นผื่นแดงคล้ายถูกแดงแดด ซึ่งก็จะหายเป็นปกติภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดหลังการรักษา ประมาณ 5 – 7 วัน ควรใช้ครีมกันแดดที่มี SPF อย่างน้อย 30 ขึ้นไป

ขณะการทำการรักษา จะรู้สึกอย่างไร

ในการรักษาเทอร์มาร์ทิป ( ThermaTip ) แต่ละครั้งคุณจะมีความรู้สึกว่าเกิดความร้อนสั้นๆ แต่ลึกอยู่ภายใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากพลังงาน RF ที่ถูกส่งผ่านถึงชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นการบ่งบอกว่า คลอลาเจนในชั้นใต้ผิวหนังได้รับความร้อนและอุณหภูมิที่เหมาะสมและมีผลทำให้ เกิดการกระชับของผิวหนัง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ควบคุมดูแลปริมาณพลังงานที่ใช้เพื่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุด เทอร์มาทิป( Themar Tip )จะมีตัวผลิตความเย็นเกิดขึ้นตลอดเวลาขณะทำการรักษาทั้งนี้เพื่อเป็นการทำ ให้รู้สึกสบายและผ่อนคลาย อาจมีการใช้ยาชาเฉพาะที่ในบริเวณที่จำเป็นเท่านั้น

จะเห็นผลลัพธ์เมื่อไหร่

จากการรายงานหลังการศึกษาด้วยเทอร์มาร์จ ผลที่ได้รับคือผิวหนังจะกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและดีขึ้นอย่างค่อยเป็น ค่อยไปในช่วงระยะเวลา 2 ถึง 6 เดือน หลังจากรับการรักษาเพียงครั้งเดียว โดยมีผู้รักษาจำนวนมากที่ทราบถึงผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในระยะเวลาที่รวดเร็วกว่า ที่กล่าวมา

จะต้องได้รับการรักษากี่ครั้งถึงจะเห็นผล

การรักษาด้วยเทอร์มาร์จ ต้องการจำนวนการ รักษาเพียงครั้งเดียวเท่านั้นหรือขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการรักษาด้วยเลเซอร์ ซึ่งต้องใช้วิธีในการรักษาอย่างน้อย 4 ครั้งหรือมากกว่า

Thermage-CPT-abdomen-before-and-afterThermage_CPT_Before_and_After_Photo

หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นกับแต่ละบุคคล

ในการรักษาแต่ละครั้งใช้เวลานานแค่ไหน

การรักษาอาจใช้เวลาได้ตั้งแต่ 2-3 นาที จนถึงหนึ่งชั่วโมงขึ้นอยู่กับขนาดของบริเวณที่ทำการรักษา นอกจากนี้ในบางกรณีอาจมีการใช้เวลาเพิ่มเติมนานขึ้นเพื่อเป็นการเตรียมพร้อม สภาพผิวหนังก่อนทำการรักษา

ราคาโปรโมชั่น
แก้มและคาง 300 ชอร์ต 35,000 บาท
ทั่วหน้า 450 ชอร์ต 50,000 บาท
ทั่วหน้าและคอ 600 ชอร์ต 65,000 บาท
ทั่วหน้าและคอ 900 ชอร์ต 85,000 บาท
ลำตัว 1200 ชอร์ต 100,000 บาท

*ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาโดยมิต้องแจ้งให้ล่วงหน้า   


Share